หน้าแรก / ประชาสัมพันธ์ / ข่าวประชาสัมพันธ์ / 12 ปี การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อวิถีชีวิตสุขภาวะของคนไทย

13 มีนาคม 2564

ข่าวประชาสัมพันธ์, ประชาสัมพันธ์

12 ปี การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อวิถีชีวิตสุขภาวะของคนไทย

“12 ปี การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อวิถีชีวิตสุขภาวะของคนไทย”

      ม.มหิดลเผย 12 ปี ข้อมูลกิจกรรมทางกาย หนุนนโยบายสุขภาพคนไทย สานต่อยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการขับเคลื่อนงานวิจัยที่สร้าง Real World Impact

     วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น. ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จ.นนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (ทีแพค) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงสถานการณ์ “12 ปี การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อวิถีชีวิตสุขภาวะของคนไทย”

 

     โดย รศ. ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงความสำเร็จในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านกิจกรรมทางกายของประเทศไทย ในงานแถลงสถานการณ์ "12 ปี การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อวิถีชีวิตสุขภาวะของคนไทย” โดยระบุว่า สถาบันฯ ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการริเริ่มและพัฒนางานวิจัยที่ครอบคลุมวิถีชีวิตสุขภาวะของประชากรไทยครบทุกกลุ่มวัย โดยมีฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังติดตามพฤติกรรมด้านกิจกรรมทางกายของประชากรไทยมาตั้งแต่ปี 2555 โดยในการดำเนินงานตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างระบบฐานข้อมูลที่มีความเป็นมาตรฐานในระดับสากล ทำให้เราสามารถติดตามสถานการณ์ด้านการมีกิจกรรมทางกายของประชากรไทยได้อย่างเป็นปัจจุบัน และนำข้อมูลไปใช้สนับสนุนการวางแผนและกำหนดนโยบายการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างเหมาะสม โดยมีการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (ทีแพค) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ได้วางรากฐานงานวิจัย ความเป็นเลิศทางวิชาการที่มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งประสบการณ์ กระบวนการทำงาน องค์ความรู้ และชุดข้อมูลที่มีคุณภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากร สังคม และเศรษฐกิจ ในระดับประเทศ ภูมิภาคเอเชีย และระดับสากล โดยมีบทบาทสำคัญในการจัดทำข้อมูลเพื่อสนับสนุนการออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย มีการสร้างองค์ความรู้ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ พัฒนาเครื่องมือและระบบฐานข้อมูลที่สามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง และการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ จนเกิดเป็นรูปธรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคมได้จริง

  

     ด้าน รศ. ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (ทีแพค) ได้นำเสนอข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในการมีกิจกรรมทางกาย ของ 5 กลุ่มที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ ผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ว่างงานหรือไม่มีอาชีพ ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์พบว่า กลุ่มเด็กปฐมวัย (อายุต่ำกว่า 5 ปี) มีเพียงร้อยละ 25.4 หรือประมาณ 1 ใน 4 เท่านั้นที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่เพียงพอ และในปี 2566 พบว่าเด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าถึงร้อยละ 22.5

      สำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน (อายุ 5-17 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าห่วงที่สุด พบว่ามีเพียงร้อยละ 21.4 เท่านั้นที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอในปี 2566 โดยมีค่าเฉลี่ยรวม 12 ปีคิดเป็นเพียงร้อยละ 23.1 ขณะที่ประชากรวัยผู้ใหญ่ (อายุ 18-59 ปี) มีร้อยละการมีกิจกรรมทางกายเพียงพอในปี 2566 อยู่ที่ร้อยละ 70.7 และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) อยู่ที่ร้อยละ 68.9 นอกจากนี้ ยังพบความเหลื่อมล้ำในมิติอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม ผู้หญิง ผู้มีรายได้น้อย ผู้ว่างงาน และผู้ที่อาศัยในพื้นที่ที่เข้าถึงพื้นที่สุขภาวะได้ยาก ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

  

     มากไปกว่านั้น จากการประเมินนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประเทศไทย พบว่ามีสามด้านที่ยังมีคะแนนต่ำที่สุดและต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียนแบบองค์รวม (Whole-of-school approach) การริเริ่มในระดับชุมชน (Community-wide initiative) และการบูรณาการกับระบบสาธารณสุข (Healthcare)

     นอกจากนี้ ยังชี้แนะแนวทางและโอกาสในการอุดช่องว่างของการดำเนินนโยบาย (Gap of Implementation) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ซึ่งจำเป็นต้องเร่งผลักดันให้กิจกรรมทางกายเป็นวาระสำคัญระดับชาติ และสร้างความร่วมมือเพื่อลดช่องว่างในการดำเนินงาน (ให้เกิดความเสมอภาคในทุกกลุ่มประชากร โดยการทำงานในระยะต่อไปจะต้องมุ่งเน้นทั้งการฟื้นฟู การคงระดับ และการกระตุ้นการมีกิจกรรมทางกายในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

     ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสานต่อยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการขับเคลื่อนงานวิจัยที่สร้าง Real World Impact และ Academic Impact เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs)" พร้อมเน้นย้ำว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเหลื่อมล้ำใหม่ของสังคมไทย และการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของคนไทยในทุกพื้นที่ของประเทศไทยต่อไป